LINE : @UFAZEED Telegram : @ufazeedv2
×
@ufazeedv2

รูเล็ตอเมริกัน VS รูเล็ตยุโรป ความแตกต่างที่คุณต้องรู้

รูเล็ตเป็นเกมคาสิโนยอดนิยมมาโดยตลอด แต่มีความแตกต่างหลายประการระหว่างรูเล็ตอเมริกันและรูเล็ตยุโรป ว่าแบบไหนดีกว่าสำหรับผู้เล่น เมื่อคุณเรียนรู้ความแตกต่างแล้ว คุณจะมั่นใจว่ากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ (เสมือน) ที่ถูกต้อง มาหมุนวงล้อเพื่อไขความลับที่แต่ละแบบนำมาให้กันเถอะ!

กฎของรูเล็ตอเมริกันและยุโรป

กฎของรูเล็ตอเมริกันและยุโรปนั้นค่อนข้างง่าย และคุณสามารถเรียนรู้วิธีเล่นรูเล็ตได้อย่างรวดเร็ว แต่จะต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะคุ้นเคยกับเกมนี้ เป้าหมายของเกม คือการทำนายว่าลูกบอลจะไปตกลงที่ตำแหน่งใดบนวงล้อที่มีตัวเลข

ผู้เล่นจะวางชิปเดิมพันบนตัวเลขหรือกลุ่มของตัวเลข และจากสิ่งที่คุณเดิมพันไป คุณจะมีโอกาสชนะรางวัลตั้งแต่ 1 ถึง 35 เท่า แล้วแต่ประเภทของการเดิมพัน เช่น ถ้าเดิมพันเลขตรง อัตราจ่ายจะสูงถึง 35 ต่อ 1 แต่ถ้าเดิมพันกลุ่มตัวเลข เช่น สี อัตราจ่ายจะเหลือ 1 ต่อ 1 ซึ่งโอกาสถูกก็จะมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรูเล็ตอเมริกันมีเลข 00 แต่รูเล็ตยุโรปไม่มี จึงทำให้มีกฎที่แตกต่างกัน ความแตกต่างที่สำคัญ คือ วงล้อรูเล็ตอเมริกันมีช่องเพิ่มเติม นั่นคือเลข 00 ซึ่งจะส่งผลต่อการเล่นอย่างมาก แม้ว่าเพิ่มเลขเพียงตัวเดียว แต่ช่อง 00 นี้ไม่ได้ถูกใส่เข้าไปในรูปแบบของรูเล็ตยุโรปแบบสุ่ม ตำแหน่งของมันถูกวางไว้อย่างเจาะจง ซึ่งก็ทำให้การจัดวางเลขบนวงล้อรูเล็ตอเมริกันนั้นแตกต่างไปจากวงล้อรูเล็ตยุโรปโดยสิ้นเชิง

การปรับโครงสร้างตัวเลขบนวงล้อใหม่ไม่ได้ส่งผลต่อกลไกการเล่นเกมโดยตรง แต่สิ่งที่ส่งผลคือการเพิ่มช่องเลข 00 นั่นเอง การเพิ่มช่อง 00 นี้ลงไป ส่งผลให้โอกาสในการชนะของผู้เล่นในรูเล็ตอเมริกันลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับรูเล็ตยุโรป แม้การเดิมพันและการจ่ายเงินรางวัลจะเหมือนกันทุกประการในทั้งสองเกม แต่เพราะมีเลข 00 เพิ่มเข้ามา ทำให้ความได้เปรียบของคาสิโน (House Edge) ในรูเล็ตอเมริกันพุ่งขึ้นไปถึง 5.26% ในขณะที่รูเล็ตยุโรปอยู่ที่ 2.70% ต่ำกว่าเกือบสองเท่า

ยกตัวอย่างเช่น สมมติทั้งสองเกมมีผู้เล่น 100 คน แต่ละคนเดิมพันครั้งละ 100 บาท รวม 100 ครั้ง ดังนั้น เงินเดิมพันทั้งหมดคือ 10,000 บาท ในรูเล็ตยุโรป คาสิโนจะได้กำไร 270 บาท (2.7% ของ 10,000) ส่วนที่เหลือ 9,730 บาท จะถูกจ่ายคืนให้ผู้เล่นในรูปของเงินรางวัล

แต่ในรูเล็ตอเมริกัน จากเงินเดิมพันทั้งหมด 10,000 บาทเท่ากัน คาสิโนจะได้กำไรถึง 526 บาท (5.26% ของ 10,000) โดยมีเงิน 9,474 บาท คืนสู่ผู้เล่นเป็นรางวัล ซึ่งน้อยกว่ารูเล็ตยุโรป 256 บาท (9,730 – 9,474) ทั้งที่ใช้เงินเดิมพันเท่ากัน จึงเห็นได้ชัดว่ารูเล็ตอเมริกันให้ผลตอบแทนแก่ผู้เล่นน้อยกว่ามากแค่ไหน

En Prison และ La Partage กฎพิเศษในรูเล็ตยุโรป

En Prison และ La Partage เป็นสองกฎที่พบได้เฉพาะในรูเล็ตยุโรปเท่านั้น ไม่มีในรูเล็ตอเมริกัน ทั้งสองกฎจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์เมื่อลูกบอลหยุดที่ช่องศูนย์ (0) ซึ่งเป็นสถานการณ์พิเศษ โดยปกติแล้ว หากลูกบอลไปตกที่เลข 0 การเดิมพันของผู้เล่นทุกคนจะแพ้ทันที ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คาสิโนมีความได้เปรียบ

แต่ในกรณีที่คาสิโนใช้กฎ La Partage เมื่อลูกบอลตกช่อง 0 ผู้เล่นจะได้รับเงินเดิมพันของตนเองกลับคืนมาครึ่งหนึ่งทันที ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะตกเป็นของคาสิโน ซึ่งจะช่วยลดความเสียเปรียบของผู้เล่นลงไปได้มาก

ส่วนกฎ En Prison จะคล้ายกัน คือเมื่อลูกบอลตกช่อง 0 ผู้เล่นจะยังไม่แพ้เดิมพันในทันที แต่การเดิมพันนั้นจะถูก “จำคุก” (En Prison) เอาไว้ก่อน และจะรอผลการหมุนรอบถัดไป ถ้าในรอบถัดไปผู้เล่นชนะ ก็จะได้เงินเดิมพันคืนเต็มจำนวน (ไม่รวมเงินรางวัล) แต่ถ้าแพ้ เงินเดิมพันก็จะตกเป็นของคาสิโนทั้งหมด

ทั้งกฎ La Partage และ En Prison เป็นกฎที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้เล่นมากขึ้น เมื่อเจอสถานการณ์ที่ลูกบอลตกช่อง 0 จึงถือเป็นข้อได้เปรียบหนึ่งที่ผู้เล่นมีในรูเล็ตยุโรปแต่ไม่มีในรูเล็ตอเมริกัน แต่กฎสองข้อนี้ก็ไม่ได้ใช้ในรูเล็ตยุโรปทุกโต๊ะ ขึ้นอยู่กับแต่ละคาสิโนว่าจะนำมาใช้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีหรือไม่มีกฎ La Partage และ En Prison ความได้เปรียบของคาสิโน (House Edge) ในรูเล็ตยุโรปก็ยังต่ำกว่ารูเล็ตอเมริกันมากอยู่ดี

ถึงแม้กฎหลักของรูเล็ตอเมริกันและยุโรปจะคล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ นั่นคือ การเพิ่มช่อง 00 ในรูเล็ตอเมริกัน ซึ่งทำให้โอกาสชนะของผู้เล่นลดลงอย่างมาก ในขณะที่ความได้เปรียบของคาสิโนพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบกับรูเล็ตยุโรป

นอกจากนี้ รูเล็ตยุโรปยังมีกฎ La Partage และ En Prison ที่เป็นประโยชน์กับผู้เล่นเมื่อลูกบอลตกช่อง 0 ซึ่งในรูเล็ตอเมริกันไม่มี อย่างไรก็ตาม กฎสองข้อนี้ใช้เฉพาะในบางคาสิโนเท่านั้น ไม่ใช่ทุกที่ แต่โดยรวมแล้ว รูเล็ตยุโรปก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้เล่นอยู่ดี เพราะมีความได้เปรียบของคาสิโนที่ต่ำกว่ามาก

ความได้เปรียบของคาสิโน (House Edge)

จากที่กล่าวไปแล้วในตอนที่แล้ว การเพิ่มช่อง 00 ในรูเล็ตอเมริกันนั้น ทำให้ความได้เปรียบของคาสิโน (House Edge) พุ่งขึ้นไปถึง 5.26% ซึ่งสูงกว่าในรูเล็ตยุโรปที่มีเพียง 2.70% เกือบเท่าตัว

แม้ว่าอัตราการจ่ายเงินรางวัลในแต่ละแบบของการเดิมพันจะเท่ากันทั้งสองเกม เช่น ถ้าเดิมพันแบบ Straight Up (ทายตัวเลขแค่ตัวเดียว) หากชนะจะได้รางวัล 35 ต่อ 1 เท่ากันทั้งรูเล็ตอเมริกันและยุโรป

แต่โอกาสที่จะชนะการเดิมพัน Straight Up ในรูเล็ตอเมริกันนั้นต่ำกว่าในรูเล็ตยุโรป เพราะมีช่องให้ลูกบอลตกได้ถึง 38 ช่อง ทำให้โอกาสถูกเลขที่เราเดิมพันนั้น เหลือเพียง 1 ใน 38 หรือประมาณ 2.63% เท่านั้น

ในขณะที่รูเล็ตยุโรปมี 37 ช่อง โอกาสที่จะถูกเลขที่เดิมพันจึงอยู่ที่ 1 ใน 37 หรือประมาณ 2.70% ซึ่งมากกว่ารูเล็ตอเมริกันเล็กน้อย แต่เมื่อเล่นในระยะยาว ความแตกต่างนี้ก็สามารถสะสมจนเห็นผลได้ชัดเจนทีเดียว

ยกตัวอย่างเช่น สมมติผู้เล่นเดิมพัน 100 บาท ในการเดิมพัน Straight Up ทั้งในรูเล็ตอเมริกันและยุโรป จำนวน 1,000 ครั้ง รวมเป็นเงินเดิมพัน 100,000 บาท (100 x 1,000)

ในรูเล็ตอเมริกัน ความได้เปรียบของคาสิโน 5.26% จาก 100,000 บาท เท่ากับ 5,260 บาท นั่นหมายความว่า ผู้เล่นมีโอกาสที่จะเสียให้กับคาสิโน 5,260 บาท จากการเดิมพันทั้งหมด 100,000 บาท ในระยะยาว

ในรูเล็ตยุโรป ความได้เปรียบของคาสิโน 2.70% จาก 100,000 บาท เท่ากับ 2,700 บาท ดังนั้น ในระยะยาว ผู้เล่นจะมีโอกาสเสียให้กับคาสิโนเพียง 2,700 บาท จากยอดเดิมพันเท่ากัน

จากตัวอย่างนี้ เราจะเห็นได้ชัดว่า เล่นรูเล็ตยุโรประยะยาว มีโอกาสเสียน้อยกว่าเล่นรูเล็ตอเมริกันถึง 2,560 บาท (5,260 – 2,700) จากยอดเดิมพันที่เท่ากัน เพราะรูเล็ตยุโรปมีความได้เปรียบของคาสิโนต่ำกว่ามากนั่นเอง ทั้งที่กฎกติกาและอัตราจ่ายเหมือนกันทุกประการ

ประเภทของการเดิมพัน Call Bets

นอกจากกฎ En Prison และ La Partage ที่มีเฉพาะในรูเล็ตยุโรปแล้ว ยังมีประเภทของการเดิมพันอีกแบบหนึ่งที่พบได้ในรูเล็ตยุโรปเท่านั้น นั่นคือ “Call Bets” หรือการเดิมพันแบบประกาศด้วยเสียง

Call Bets คือ การที่ผู้เล่นประกาศลักษณะการเดิมพันด้วยเสียงให้ดีลเลอร์ทราบ แทนการวางชิปลงบนโต๊ะด้วยตัวเอง โดยดีลเลอร์จะเป็นคนวางชิปแทนให้ตามที่ผู้เล่นบอก

Call Bets จะครอบคลุมช่วงของตัวเลขในบางส่วนบนวงล้อรูเล็ต โดยแบ่งเป็น

  • Voisins du Zéro (เพื่อนบ้านของศูนย์) – เดิมพันบน 17 เลข ที่อยู่ติดกับเลข 0 บนวงล้อรูเล็ต
  • Le Tiers Du Cylindre (หนึ่งในสามของรูเล็ต) – เดิมพันบน 12 เลข ที่อยู่ตรงข้ามกับเลข 0 บนวงล้อ
  • Orphelins (ตัวเลขกำพร้า) – เดิมพันบนอีก 8 เลขที่เหลือ ซึ่งไม่ได้รวมอยู่ใน Voisins du Zéro และ Le Tiers Du Cylindre

การเดิมพัน Call Bets นั้นจะช่วยให้ผู้เล่นครอบคลุมเลขได้หลายตัวมากขึ้น และเป็นการวางแผนเดิมพันบนส่วนต่างๆ ของวงล้อรูเล็ต ทำให้มีโอกาสชนะมากกว่าเดิมพันเลขใดเลขหนึ่งโดยเฉพาะ

แต่เนื่องจากไม่มีเลข 00 ในรูเล็ตยุโรป ระบบ Call Bets ที่แบ่งส่วนตัวเลขบนวงล้อจึงไม่เหมาะกับรูปแบบของรูเล็ตอเมริกัน เลยไม่มีการนำมาใช้ แม้ว่าจะสามารถทำได้ในทางทฤษฎีก็ตาม

การเดิมพัน Five Number

ในทางกลับกัน การเดิมพัน Five Number นั้นเป็นแบบที่มีเฉพาะในรูเล็ตอเมริกันเท่านั้น โดยผู้เล่นสามารถเลือกเดิมพันลงบน 5 ตัวเลขรวดเดียวกัน คือ 0, 00, 1, 2 และ 3

การเดิมพัน Five Number นั้นจะให้ผลตอบแทน 6 ต่อ 1 เมื่อชนะ แต่ก็เป็นประเภทของการเดิมพันที่มีความได้เปรียบต่อคาสิโนสูงที่สุดถึง 7.89% ซึ่งแย่กว่าประเภทอื่นๆ ในรูเล็ตอเมริกันอีก

จึงเป็นประเภทการเดิมพันที่ไม่เป็นที่นิยมของผู้เล่น แม้กระทั่งในรูเล็ตอเมริกันเอง และด้วยการไม่มีเลข 00 การเดิมพัน Five Number จึงเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับรูเล็ตยุโรป

ผลกระทบต่ออัตราการจ่ายเงินรางวัล (RTP และ Odds)

เมื่อเรารู้แล้วว่าการเพิ่มช่อง 00 ในรูเล็ตอเมริกันนั้น ส่งผลเสียต่อโอกาสในการชนะของผู้เล่นมากแค่ไหน สิ่งที่น่าสนใจต่อมาคือ มันส่งผลต่ออัตราการจ่ายเงินรางวัล (Return to Player หรือ RTP) อย่างไรบ้าง

หากพิจารณาแล้ว จะเห็นว่า RTP ของแต่ละประเภทการเดิมพันในรูเล็ตยุโรปจะอยู่ที่ 97.3% ทั้งหมด ไม่ว่าจะเดิมพันแบบใด เนื่องจากความได้เปรียบของคาสิโน (House Edge) ในรูเล็ตยุโรปคงที่ที่ 2.7% นั่นเอง

ในทางกลับกัน RTP ของการเดิมพันแต่ละประเภทในรูเล็ตอเมริกันจะอยู่ที่ 94.7% ซึ่งต่ำกว่ารูเล็ตยุโรปถึง 2.6% (97.3% – 94.7%) เนื่องจาก House Edge ที่สูงถึง 5.26% ในรูเล็ตอเมริกัน

ยกเว้น การเดิมพัน Five Number ที่มีเฉพาะในรูเล็ตอเมริกัน ซึ่งมี RTP ต่ำสุดเพียง 92.1% เท่านั้น หรือพูดอีกอย่างคือ มี House Edge สูงถึง 7.89% ซึ่งเป็นการเดิมพันที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดเท่าที่มี

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบอัตราการจ่ายเงิน (Payout) เมื่อชนะในแต่ละประเภทการเดิมพันระหว่างรูเล็ตสองแบบแล้ว กลับพบว่ามีอัตราการจ่ายที่เท่ากัน ทุกประการ

ตัวอย่างเช่น การเดิมพัน Straight Up (ทายตัวเลขเดียว) จะได้รางวัล 35 ต่อ 1, Split Bet (เดิมพันเลข 2 ตัวข้างกัน) จะได้ 17 ต่อ 1, Corner Bet (เดิมพันเลข 4 ตัวรวมกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม) จะได้ 8 ต่อ 1

โดยอัตราการจ่ายสำหรับประเภทการเดิมพันเหล่านี้ จะเท่ากันทั้งในรูเล็ตอเมริกันและยุโรป แม้ว่า RTP โดยรวมจะต่างกันก็ตาม เพราะความแตกต่างหลักมาจาก House Edge ที่สูงกว่าในรูเล็ตอเมริกันนั่นเอง

ข้อสรุปและการเลือกเวอร์ชันรูเล็ต

จากข้อมูลทั้งหมด เราพอจะสรุปได้ว่า หากมีโอกาสให้เลือก ควรเลือกเล่นรูเล็ตยุโรปมากกว่ารูเล็ตอเมริกัน เนื่องจากมีความได้เปรียบของคาสิโนต่ำกว่ามาก นั่นหมายถึงโอกาสในการชนะของผู้เล่นสูงกว่านั่นเอง

ในขณะที่ประสบการณ์การเล่นโดยรวม รูเล็ตสองแบบนี้ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างเหมือนกัน มีส่วนแตกต่างบางอย่าง เช่น การมี Call Bets หรือ Five Number Bet แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญในเกม ดังนั้น เมื่อเล่นรูเล็ตยุโรป โอกาสในการชนะของผู้เล่นจะดีกว่ามาก นั่นคือสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่ากำลังเล่นบนเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ มีระบบการฝากถอนที่รวดเร็ว และเลือกเล่นในเวอร์ชันที่ให้ความได้เปรียบของคาสิโนต่ำกว่า ซึ่งก็คือ รูเล็ตยุโรปนั่นเอง และอย่าลืมว่า ไม่มีอะไรผิดกับรูเล็ตอเมริกันเลย แต่หากเป็นไปได้ นักเล่นที่ฉลาดมักจะเลือกเพิ่มโอกาสในการชนะของตัวเองให้สูงขึ้นเสมอ ด้วยการเลือกโต๊ะรูเล็ตที่ให้อัตราความได้เปรียบสูงสุด นั่นก็คือ รูเล็ตยุโรปนั่นเอง